หลายบริษัทขาดทุนจากการ ประกันภัย กลุ่มสหกรณ์ แม้เบี้ย ประกันภัย บางสหกรณ์จะสูงถึง 300 ล้านบาท เหตุขาดทุนเพราะนโยบายเปลี่ยนตามคณะกรรมการที่หมุนเวียนเข้าทำงาน

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวม ประกันภัยรถยนต์ มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก

ตลาดสหกรณ์ถือเป็นตลาดใหญ่ที่บูมมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ด้วยจำนวนกว่า 7,800 แห่งทั่วประเทศ สมาชิกไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ทำให้บริษัทประกันชีวิตหลายแห่งมุ่งเข้าไปเจาะตลาดอย่างหนัก เกมการแข่งขันจึงดุเดือด ใครแข่งไหวก็อยู่ต่อ ที่บาดเจ็บก็กลับออกมา และมีหน้าใหม่เวียนเข้าไปชิมลางต่อเนื่อง แต่ประเมินสถานการณ์ขณะนี้ ตลาดกำลังจะวาย เมื่อค่ายใหญ่ที่บุกตลาดนี้อย่างหนักในช่วง 1-2 ปีก่อน และกอบโกยเบี้ย ประกันภัย ไปได้ไม่น้อยตัดสินใจที่จะถอยฉากออกมา

ขาดทุน ” ประกันภัย กลุ่ม” / บริษัทขยาดขึ้นเบี้ยยาก

ทั้งนี้ตลาดสหกรณ์ส่งสัญญาณชะลอโตมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จากการที่หลายบริษัทขาดทุนจากการ ประกันภัย กลุ่มสหกรณ์ ทั้งบมจ.ไทยซัมซุงประกันชีวิต บมจ.สหประกันชีวิต และบมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต โดย 2 บริษัทแรกเริ่มปรับปรุงพอร์ตงานใหม่ เลิกรับ ประกันภัย กลุ่มสหกรณ์ แม้ว่าเบี้ย ประกันภัย บางสหกรณ์จะสูงถึง 300 ล้านบาท แต่ไม่คุ้มกับยอดเคลมที่สูง

ข่าวจากวงการ ประกันภัย กลุ่มรายหนึ่งให้ความเห็นว่า เหตุที่ขาดทุนเพราะนโยบายเปลี่ยนไปตามแต่คณะกรรมการที่หมุนเวียนกันเข้ามาทำงาน ความเข้าใจในเรื่องของการ ประกันภัย ก็ต่างกันไป การจะขยับเบี้ย ประกันภัย หรือจะปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ จึงค่อนข้างลำบาก

“บางสหกรณ์มีขนาดใหญ่ เบี้ย ประกันภัย สูง รู้ว่าตัวเองมีอำนาจต่อรองก็จะตั้งเงื่อนไข แต่เมื่อบริษัท ประกันภัย เข้าไปรับแล้วขาดทุน ปีต่อไปจะขอเพิ่มเบี้ย ประกันภัย ก็ไม่ยอม ก็เวียนไปทำกับบริษัท ประกันภัย อื่นต่อ ทำให้ขาดทุนกันทุกราย จนต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อประเมินความเสี่ยง หรืออาจจะตกลงกันไปเลยว่าเคสนี้ใครรับไป รายอื่นจะไม่เข้าไปแข่งตัดราคา เป็นต้น”

“ไทยพาณิชย์” ปรับทัพตัดงานขาดทุน / เลิกขาย “สหกรณ์ ธ.ก.ส. เทเลฯ”

กระนั้นบางบริษัทก็เลิกขยายตลาดสหกรณ์ไปเลยก็มี เช่น บมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต โดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต เปิดเผยว่า เหตุที่ต้องเลิกขยายงานสหกรณ์และ ธ.ก.ส. เป็นเพราะต้องการปรับปรุงคุณภาพงาน โดยตัดงานที่ทำแล้วไม่มีกำไรออกไป ซึ่งสายงานธุรกิจเฉพาะ (Special Market) มีอยู่ 6 สายงานด้วยกัน ได้แก่ ประกันชีวิตข้าราชการ (Civil), ประกันชีวิตลูกค้าองค์กร หรือเวิร์กไซต์มาร์เก็ตติ้ง (Worksite Marketing), ขาย ประกันภัย ทางโทรศัพท์ หรือเทเล มาร์เก็ตติ้ง (Tele Marketing), ตลาดสหกรณ์, ตลาด ธ.ก.ส. และขายผ่านเทสโก้ โลตัส

“เราตัดออกไป 3 สายงาน คือ สหกรณ์, ธ.ก.ส. และเทเลเซล แม้ว่าตลาดสหกรณ์จะทำยอดขายให้เราคิดเป็นสัดส่วน 30% ของเบี้ย ประกันภัย ในช่องทางธุรกิจเฉพาะทั้งหมด และทำให้ช่องทางนี้ติดลบ ถือเป็นความตั้งใจ เพราะการทำงานค่อนข้างยุ่งยาก ปัญหาเยอะ เช่นเดียวกับงานผ่าน ธ.ก.ส. เมื่อปีที่แล้วมีปัญหา เราก็เลยถอยออกมา ส่วนเทเลฯ เราทำเองไม่ได้จ้างเอาต์ซอร์สก็หยุดทำ ซึ่งเราก็มองว่าอนาคตหากจะทำจะจ้างเอาต์ซอร์สทำ”

ส่วน 3 ช่องทางที่เหลือยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะการขายผ่านเทสโก้ โลตัส ถือว่ายอดขายสม่ำเสมอ และปีหน้าครบสัญญา 3 ปีก็จะต่อสัญญาต่อไป โดยกำลังอยู่ระหว่าง เจรจากันอยู่ ซึ่งเมื่อรวมกับช่องทางขายอื่นๆ ทั้งแบงก์แอสชัวรันส์ และตัวแทน ก็ยังทำให้ภาพรวมของบริษัทเติบโตโดย 10 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-ตุลาคม 2556) มีเบี้ย ประกันภัย ปีแรก (AFYP) 16,279 ล้านบาท เติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นเบี้ย ประกันภัย จากช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์มากที่สุด 14,743 ล้านบาท เติบโต 26%, ช่องทางตัวแทน 1,012 ล้านบาท เติบโต 40% และช่องทางธุรกิจเฉพาะ 524 ล้านบาท เติบโตติดลบ 29%

“สหประกัน” ดิ้นหนีตาย / หันขาย ประกันภัย สินเชื่อบุคคล

อย่างไรก็ดี บางบริษัทก็ยังยืนหยัดขยายตลาดสหกรณ์ต่อไป แต่ปรับแผนไม่เน้น ประกันภัย กลุ่ม หันไปเน้น ประกันภัย รายบุคคลมากขึ้น เช่น บมจ.สหประกันชีวิต โดยกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า บริษัทพยายามเข้าใจธรรมชาติของสหกรณ์ และถอยออกมาจาก ประกันภัย กลุ่ม หันมาทำตลาดที่ไม่ต้องถูกจำกัดในเรื่องของวาระการทำงานของกรรมการ ซึ่งจะมีผลต่อนโยบายของสหกรณ์ หันมาทำ ประกันภัย รายบุคคล โดยเฉพาะประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบุคคลให้กับสมาชิกสหกรณ์ ก็ทำให้พอร์ตงานดีขึ้น และทำให้บริษัทมีกำไร

“เราปรับพอร์ตงานให้เข้ากับงานของสหกรณ์ เช่น การให้สมาชิกกู้เงิน เราก็นำเสนอประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ซึ่งผลตอบรับก็น่าพอใจ แม้เบี้ย ประกันภัย ของเราจะไม่มาก เติบโตไม่หวือหวา แต่ก็ยังโตบวกและมีกำไร ซึ่งเป็นกำไรหลังจากเราตั้งสำรองแล้วด้วย โดยครึ่งปีแรกมีกำไร 60 ล้านบาท ทำให้เรามั่นใจว่าเราเดินมาถูกทาง เพราะเราเป็นบริษัทที่เกิดจากสหกรณ์ถือหุ้น จึงอยากโฟกัสตลาดนี้”

ที่มา : สยามธุรกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย